เครื่องหนีบผม ยี่ห้อไหนดี พร้อมรุ่นล่าสุด ในปี 2018

เครื่องหนีบผมยี่ห้อไหนดี

เครื่องหนีบผม ไอเทมเสริมสวยประจำตัวของสาวๆแทบทุกคน ก็เพราะว่ามันเป็นอุปกรณ์ที่สามารถทำให้ผมคุณตรงได้อย่างสวยงาม ดูดีอย่างนี้ธรรมชาติ สำหรับคนที่ใช้ที่หนีบผมจนชำนาญแล้ว ก็จะสามารถจัดแต่งทรงผมได้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการสร้างคลื่นผม สร้างลอนผม

วันนี้เราจึงได้คัดเลือก ที่หนีบผมคุณภาพเยี่ยมทั้งราคาประหยัด และแบบราคาสูงแต่ประสิทธิภาพดี มาให้เพื่อนๆเพื่อจะเป็นแนวทางในการเลือกซื้อที่หนีบผมคู่ใจกัน จะมีอะไรบ้าง เดี๋ยวลองไปดูกันนะคะ


ขั้นตอนในการพิจารณาเลือกซื้อที่หนีบผมจากเรา


1. ของถูกและดีไม่มีในโลก

ที่หนีบผม เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าชิ้นสำคัญ ที่สาว ๆ จะต้องหยิบมาใช้กันเป็นประจำ สำหรับของตามตลาดนัดราคาถูก ก็จะมีความเสี่ยง ทั้งในเรื่องคุณภาพการผลิต บางทีเอามาใช้ไม่ถึงเดือนก็เสียแล้ว รวมถึงในเรื่องของการต่อสายไฟ ซึ่งมีโอกาสที่จะไหม้คามือได้ง่าย ๆ ดังนั้นแล้ว ในการเลือกซื้อที่หนีบผม ข้อแรกเลยก็ขอให้พอเป็นแบรนด์ที่พอมีชื่อเสียงบ้าง จะแพงกว่ากันสัก 200-500 แต่ก็อย่าให้ไหม้คามือก็พอ

2. เลือกขนาดให้พอดีกับความยาวผม

สำหรับคนผมสั้น จะไม่ค่อยมีปัญหาในเรื่องนี้ เพราะสามารถใช้ที่หนีบผมขนาดเล็ก แผ่นให้ความร้อนกว้าง 0.5-1 นิ้ว แต่สำหรับคนผมยาว ควรเลือกที่หนีบผมที่มีขนาด 1 นิ้วครึ่งถึง 2 นิ้วขึ้นไป  เพื่อให้การหนีบผมของคุณเป็นไปได้อย่างง่ายดาย และลดโอกาสในการทำลายเส้นผมของคุณเองด้วย

3. ถ้าพอมีงบ ควรเลือกที่หนีบผม ที่ปกป้องเส้นผมมากกว่า

ก่อนจะเลือกหาว่าที่หนีบผมยี่ห้อไหนดี ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับที่หนีบผม ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท ตามวัสดุที่ใช้ ซึ่งได้แก่ ไทเทเนียม เซรามิก  ทัวร์มาลีน Sapphire

ซึ่งปกติที่นิยมใช้กันมากที่สุดในบ้านเรา ก็จะเป็นแบบเซรามิคและแบบทัวมาลีน โดยเซรามิคจะมีคุณสมบัตินำความร้อนไปให้เส้นผมได้เป็นอย่างดี จึงทำให้ผมของคุณ เรียบได้อย่างรวดเร็ว ในส่วนของทัวมาลีนนั้น ก็จะมีคุณสมบัติในการสร้างประจุลบ พอใช้แล้วผมก็จะชี้ฟูน้อยลง หนีบแล้วจัดทรงได้ง่าย สวยงามเป็นพิเศษนั่นเอง

ถ้าหากต้องการปกป้องเส้นผม ให้เกิดความเสียหายน้อยในขณะที่ใช้เครื่องหนีบผม เราขอแนะนำให้เลือกที่หนีบผมที่ทำจากไทเทเนียม จะทำลายเส้นผมน้อยที่สุด แต่สำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกรวดเร็ว รีบใช้งานในตอนเช้าก่อนออกไปทำงาน ก็สามารถเลือกใช้แบบที่เป็นเซรามิค เพราะจะให้ความร้อนได้รวดเร็วมากกว่าแบบไทเทเนียม แต่ก็แลกมาด้วยการทำลายเส้นผมมากกว่านั่นเอง

4. พกพาสะดวก

สำหรับสาว ๆ ที่เดินทางบ่อย ๆ ก็ควรจะเลือกเครื่องหนีบผมที่มีขนาดเล็ก พกพาได้ง่าย แต่ก็ต้องแลกมากับการที่ต้องใช้เวลาในการหนีบนานพอสมควร รวมถึงในรุ่นที่ดีหน่อย ก็จะเป็นแบบไร้สาย ทำให้สะดวกในการใช้งานอย่างมาก นอกจากนี้ ยังมีพวกฟังก์ชั่นต่าง ๆ เช่น การม้วนทำลอน ก็ยังมีให้เลือกด้วย

Flower girl stye!🌸

A gorgeous Flower Girl Style using our SweetHearts Volumiser!! The tiny indentations (much smaller than a crimper) gives the hair up to 3 times the volume, so even when braiding with fine baby hair you can create BIG Braids 🙅🏼 10% off with code #SHVOLUMISER 💗💗💗 Full video in the comments 💗💗💗

Posted by Sweethearts Hair Design on Wednesday, 18 October 2017


ข้อควรระวังเวลาใช้งานที่หนีบผมทุกประเภท


1. ต้องทราบว่า ที่หนีบผมทุกประเภท ทุกยี่ห้อ ทำให้ผมเสียด้วยกันทั้งหมด เพียงแต่มากน้อยต่างกันไปเท่านั้น ความร้อนจากที่หนีบผม จะมีผลทำให้ผมแห้ง บาง และอ่อนแอลงไป ทำให้ขาดหลุดร่วงได้ง่าย ดังนั้นเวลาซื้อ ถ้าพอจะมีงบอยู่บ้าง ลงทุนซื้อของที่ดีหน่อย ก็จะช่วยถนอมเส้นผมได้ดีมากกว่า

2. ถ้าเป็นไปได้ ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปกป้องเส้นผมจากความร้อน ก่อนที่จะใช้ที่หนีบผมเสมอ

3. อุณหภูมิต้องเหมาะสม ระดับที่เหมาะสมที่สุดที่จะถนอมเส้นผมมากที่สุด จะอยู่ที่ประมาณ 150-180 องศาเซลเซียส ขึ้นอยู่กับความหนาของเส้นผม โดยถ้าเป็นคนผมบาง ผมเสีย ควรใช้ความร้อนแค่เพียง 150 องศาเท่านั้น แต่ถ้าผมหยาบ ผมเส้นใหญ่และหนา ก็ให้ใช้สูงสุดแค่เพียง 180 องศา จะเป็นการถนอมเส้นผมได้ดีที่สุด

4. รอให้ผมแห้งก่อนเสมอ การใช้ที่หนีบผม หรือเครื่องม้วนผม ถึงแม้บางรุ่นจะบอกไว้ชัดเจนว่า สามารถใช้กับผมเปียกได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็ต้องบอกว่า คงไม่มีใครอยากเสี่ยงอย่างแน่นอน เพราะการใช้ที่หนีบผมในขณะที่ผมเปียกชื้นอยู่นั้น จะทำให้ผมอ่อนแอลงกว่าเดิมอย่างรวดเร็ว ดังนั้นแล้วถ้าเป็นไปได้ ก็ควรเป่าผม หรือรอให้ผมแห้งเสียก่อน แล้วค่อนใช้ที่หนีบผมจะดีที่สุด


เครื่องหนีบผมยี่ห้อไหนดี

แนะนำจากรีวิวผู้ซื้อ บล็อกเกอร์ pantip และการทดลองใช้งาน


1. Philips Hair Styler รุ่น HP8372

philip 8372

ที่หนีบผมแนะนำสำหรับปี 2018 ตัวแรกนี้ จะขอแนะนำตัวที่คิดว่าราคาสูงที่สุดก่อนเลยนะคะ เนื่องจากว่าเป็นตัวที่อยากได้เหมือนกัน แต่งบไม่ถึงสักที

Philips Hair Styler รุ่น HP8372 เป็นเครื่องหนีบผม ที่ใช้เทคโนโลยี MoistureProtect โดยที่ดีงามก็คือ มีเซนเซอร์ในการตรวจวินิจฉัยเส้นผม 30 ครั้งต่อวินาที แล้วตัวระบบก็จะทำการปรับอุณหภูมิเพื่อรักษาโมเลกุลน้ำตามธรรมชาติของเส้นผม หรือก็คือ ช่วยปกป้องเส้นผมจากความร้อนที่อาจจะสูงจนเกินไปโดยอัตโนมัตินั่นเอง

นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันไฟฟ้าสถิตย์ ทำให้เส้นผมมีความเรียบสวยงาม และเส้นผมไม่ชี้ฟู แน่นอกจากนี้ตัวเครื่องยังมีการปรับสภาพเส้นผมพร้อมกับปิดผิวชั้นนอกของเส้นผม ทำให้เวลาใช้แล้วผมไม่หยิก ลดความเสี่ยงที่จับเส้นผมจะขาดร่วง แผ่นความร้อนสามารถปรับขึ้นลงได้ ทำให้สามารถปรับแรงดันที่ทำต่อเส้นผม

2. Lesasha Infrared Radiant Slim Hair Straightener รุ่น LS1094

lesasha01

“ตัวช่วยดีๆ ให้ผมสวยรวยผู้” ที่หนีบผมจาก เลอซาช่าตัวนี้เป็นอีกตัวที่ได้รับความนิยมจากบรรดา Blogger และเพื่อนๆในพันทิพเป็นอย่างมาก เพราะว่าสามารถถนอมเส้นผมได้เป็นอย่างดี โดยเทคโนโลยีที่ใช้ จะเป็นเทคโนโลยีอินฟราเรด ที่ผสานกันลงตัวกับนาโนทัวร์มาลีน ทำให้สามารถช่วยปกป้องเส้นผมในขณะที่โดนความร้อนได้เป็นอย่างดี เมื่อใช้แล้วทำให้เส้นผมสวยตรง เรียบลื่น นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันในการม้วนลอนที่ปลายผม ทำให้ผมแลดูสวยงามอย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้นอีกด้วย

3.  Remington เครื่องหนีบผมเคราติน รุ่น S-8590

remington-s3500

เครื่องหนีบผมของ Remington ตัวนี้ถือว่าเป็นรุ่นบน ๆ ของแบรนด์เค้าเลย นอกจากจะมีฟังก์ชั่นล็อกอุณหภูมิความร้อนของตัวเครื่องหนีบแล้ว ยังมีฟังก์ชั่นเทอร์โบ บูสท์ ร้อนเร็ว สำหรับผมเส้นหนาโดยเฉพาะอีกด้วย

ตัวแผ่นหนีบจะเคลือบด้วยแอดวานซื เคราติน เซรามิค ช่วยให้ความร้อนเร็วและคงที่ ป้องกันผมแห้งเสีย และแตกปลายได้มากขึ้นด้วย

4. Lesasha Straight & Curl Glamour รุ่น LS1180 (รุ่นใหม่ปี 2018)

lesasha-ls1180

ถนอมเส้นผมกันแบบมงลง ด้วยเลอซาช่า รุ่น LS1180 จุดเด่นของเครื่องหนีบผมเลอซาช่ารุ่นนี้ ก็คือจะทำให้คุณมีผมสวยในเวลาที่รวดเร็ว ใช้แต่งผมได้ทั้งแบบตรงและแบบลอน ตัวแผ่นทำความร้อนเคลือบทัวร์มาลีน มีความเรียบลื่นสูง  นอกจากนี้ยังมีเคลาตินช่วยป้องกันผมแห้งเสีย ตัวหน้าจอยังเป็นระบบดิจิตอลแบบสัมผัส ที่ให้ความร้อนสูงสุดถึง 240 องศา องศาสำหรับคนผมหนาและต้องการความร้อนอย่างรวดเร็วอีกด้วย

โดยรวมแล้วคุณสมบัติของเครื่องหนีบผมเลอซาช่ารุ่น  LS 1180 จะขายกับรุ่น LS 1145 ที่เป็นรุ่นยอดนิยมจนถึงเมื่อปีก่อน โดยตัวนี้จะมีการปรับปรุงเรื่องวัตต์ และแก้ไขข้อด้อยของรุ่นเดิม จึงจัดว่าเป็นเครื่องหนีบผมที่ออกในปี 2018 ที่น่าใช้งานอีกตัวหนึ่งเลยทีเดียว

5. Philips EssentialCare Hair Styler HP8321/00

philip-hp8321

ถ้าพูดถึงเครื่องหนีบผมคุณภาพดีที่ราคาไม่เกิน 1,000 บาทแล้ว  Philips รุ่น HP 8321 ถือว่าอยู่ในตัวเลือกลำดับต้นๆ ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบา ไม่ต้องออกแรงเวลาหนีบ ความร้อนอุณหภูมิสูงสุด 210 องศา ก็ถือว่าเพียงพอสำหรับเส้นผมทั่วไปแล้ว แล้วแต่คนที่มีผมหยักศก ใช้รุ่นนี้ก็สามารถยืดตรงเอาอยู่ได้ทั้งวัน ตัวแทนยื่นมีความยาวถึง 105 mm  ทำให้สามารถช่วยยืดผมให้สวยงามได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย อีกทั้งยังมีการรับประกันให้ถึง 2 ปีจากฟิลลิปในประเทศไทย

6. Lesasha Wet 2 Dry Pretty Hair Straightener รุ่น LS0953

wet2dry

“ร้อนเร็ว ไม่กินผม ใช้ได้แม้ยามผมหมาด” คือคำนิยามของ Lesasha Wet 2 Dry

Lesasha Wet 2 Dry เป็นเครื่องหนีบผมที่ช่วถนอมเส้นผม ในกลุ่มราคากลาง ๆ ที่มีชื่อเสียงดังค้างฟ้ามาตั้งแต่หลายปีก่อน มีการพัฒนาปรับปรุงขึ้นมาเรื่อย ๆ โดยเน้นความสามารถพิเศษที่สามารถหนีบผมในขณะที่ผมยังหมาด ๆ ได้ ในการใช้งาน Lesasha Wet 2 Dry อย่างน้อยควรเช็ดผมให้หมาดที่สุดเสียก่อน โดยใช้หวีซี่ห่างค่อย ๆ หวีผม จัดเป็นช่อไม่ใหญ่มาก แล้วจึงค่อย ๆ หนีบทีละช่อ ตัวแผ่นทำความร้อนเคลือบเซรามิค เรียบลื่น ไม่ขึ้นฟู ใช้แล้วผมไม่แห้งเสีย สามารถปรับอุณหภูมิความร้อนได้ในช่วง 150-230 องศา

7. Vortex รุ่น VT 1021

vt1021

Vortex รุ่นนี้ เป็นอีก 1 รุ่นที่อยากแนะนำ สำหรับในงบประมาณ 1,000 – 1,100 บาท โดยตัวเป็นรีดจะเป็น  Ionic Titanium Ceramic  สามารถทำความร้อนได้เร็ว กระจายความร้อนได้อย่างสม่ำเสมอ ทำให้รีดผมได้เรียบตรง และเงางาม แผ่นหนีบลื่น หนีบง่าย โดยในการใช้งาน จะเสียบเครื่องแล้วรอประมาณ 30 วินาที ความร้อนก็จะเพียงพอที่จะเริ่มใช้งานได้ทันที ตัวสายไฟสามารถหมุนได้รอบ 360 องศา ทำให้การใช้งานในการจัดทรง สามารถทำได้อย่างได้ง่ายดาย

8. V SUPER INTER รุ่น Su288

vsuper

V SUPER INTER รุ่น Su288 เป็นเครื่องหนีบผมอีก 1 รุ่น ที่มีคนรีวิวและแนะนำกันมากพอสมควร โดยราคาของรุ่นนี้จะอยู่ที่ประมาณ 800 นิด ๆ (ราคาเปลี่ยนบ่อย) ตัวแผ่นเคลือบเป็น Ionic คุณสมบัติเด่นคือ ร้อนเร็ว รอประมาณ 30 วินาทีก็เริ่มใช้งานได้ หนีบได้ดี ไม่กินผม ไม่ทำให้ผมเสีย โดยถือว่าเป็นรุ่นราคาถูก ที่มีประสิทธิภาพในการถนอมเส้นผมได้ดีในระดับหนึ่งเลย และนอกจากนี้ยังทำให้ผมดูเงางามขึ้นพอสมควรอีกด้วย

9. Lesasha Procurve Hair Straightener (LS1175)

ls0310

เป็นมากกว่าเครื่องหนีบผมตรง Procurve Hair Straightener (LS1175) ทำให้คุณเซ็ตทรงผมเองได้อย่างใจ จะจัดแต่งทรงผมอย่างที่คุณชอบเมื่อไรก็ได้เท่าที่ต้องการ ปกป้องเส้นผมเป็นอย่างดีด้วยพลังทัวร์มาลีนสีฟ้า ทำให้เส้นผมของคุณดูเรียบลื่น ไม่ชี้ฟู และนอกจากนี้ยังผสานพลังของเคราติน เพื่อป้องกันผมแห้งเสียได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะแต่งผมตรง หรือผมลอน Procurve Hair Straightener (LS1175) ก็ทำได้ดีไม่มีที่ติ และที่สำคัญยังพิเศษด้วยซิลิโคนกันร้อน ทำให้รู้สึกปลอดภัยในการใช้งานมากเป็นที่สุด

10. Panasonic EH-HV10

Panasonic-EH

เครื่องหนีบผมตัวสุดท้ายในวันนี้ เป็นเครื่องหนีบผมขนาดเล็ก ที่ช่วยให้คุณสามารถจัดแต่งทรงผมได้ทุกที่ที่ต้องการ เหมาะสำหรับคนที่ต้องเดินทางไกลอยู่บ่อย ๆ ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบา สวยงาม โดยสามารถทำได้ทั้งหนีบและดัดลอนผม ให้ความร้อนสูงสุดถึง 210 องศา พร้อมใช้งานภายใน 40 วินาทีหลังเปิดเครื่อง มีแผ่นความร้อนเคลือบโฟโต้เซรามิค จากที่เคยได้สัมผัสและทดลองใช้ ตัวเครื่องจับถนัดมือมาก แต่ต้องบอกว่า จะไม่ค่อยเหมาะกับสาวผมยาวและหนาสักเท่าไรนัก แนะนำสำหรับสาว ๆ ที่ผมบางและไม่ยาวมาก จะใช้งานได้เป็นอย่างดี หนีบลื่นในระดับหนึ่งเลย ไม่กินผม โดยรวมถือว่า ใช้งานได้ดี มีคุณภาพตามท้องเรื่องจ้า


เทคนิคแต่งผมสวยด้วยเครื่องหนีบผม


Get the perfect J-Law red carpet waves with a deep-barrel crimper. Crimped hair is back with a bang!

Posted by GLAMOUR UK on Monday, 19 March 2018

#Repost @lalasupdos・・・❣️Here are few tips when dealing with fine, flat hair: 💡 The old crimper that you threw away in …

Posted by Sexy Hair on Thursday, 28 June 2018

error: Content is protected !!