หม้ออบลมร้อน 5 รุ่น ที่รับรองว่าซื้อมาใช้แล้วไม่ผิดหวัง

หม้ออบลมร้อนยี่ห้อไหนดี-003

“หมูกรอบ ไก่ย่าง คอหมูย่าง กล้วยปิ้ง เฟรนฟรายไม่ต้องทอด ฯ”

อุปกรณ์ที่มีความสำคัญอย่างหนึ่งที่ควรจะมีติดครัวไว้ ก็คือ หม้ออบลมร้อน เพราะมันจะช่วยทำให้คุณขยายขอบเขตเมนูอาหารในแต่ละวันของคุณได้อย่างไม่มีขีดจำกัด ไม่ว่าจะเป็นการทำคอหมูย่าง หมูกรอบ ไก่อบ หรือถ้ามีฝีมือมากหน่อยก็อาจจะนำไปประยุกต์ทำขนมปัง คัพเค้ก ซึ่งต้องบอกว่าเป็นเครื่องที่มีความคุ้มค่าที่จะมีติดครัวไว้แบบไม่มีข้อกังขาเลยทีเดียวค่ะ หม้ออบลมร้อนมีทั้งแบบขดลวด และหลอดฮาโลเจน ส่วนตัวโทรก็ยังมีทั้งแบบสแตนเลสและแบบโถแก้ว มาค่ะมา วันนี้ EnjoyRefinement จะมาไขข้อข้องใจว่าซื้อแบบไหนถึงจะตอบโจทย์การใช้งานของคุณกัน นอกจากนี้เรายังได้คัดเลือกหม้ออบลมร้อนยี่ห้อที่น่าใช้งาน คุณภาพดี ใช้แล้วไม่เสียอารมณ์ ทำอาหารอร่อย (บางทีก็ไม่อร่อย 555) มาฝากคุณผู้อ่านกันเช่นเคย จะมีหม้ออบลมร้อนแบบไหนที่เข้าตาโดนใจน่าสนใจ ตามไปดูกันได้เลย


หม้ออบลมร้อนแบบหลอดฮาโลเจนและแบบขดลวดต่างกันยังไง


เวลาที่เราไปเลือกซื้อหม้ออบลมร้อน ก็จะมีให้เลือกอยู่ 2 ประเภทใหญ่ๆ ก็คือแบบที่ทำความร้อนด้วยขดลวด ราคาก็จะถูกหน่อย ประมาณ 800 ถึง 900 บาท ส่วนที่เป็นแบบฮาโลเจน ราคาก็จะสูงกว่า 300 บาทถึง 500 บาท คือราคาจะอยู่ในช่วง 1200+ นั่นเอง หลายคนคงสงสัยว่า เราควรจะเพิ่มเงินเพื่อซื้อแบบฮาโลเจนไปเลยดีไหม ลองมาดูข้อแตกต่างกันดีกว่า

1. ความทน

ถ้าพูดถึงเรื่องความคงทนแล้ว ฝาอบลมร้อนแบบขดลวดเข้าวินแบบไม่เห็นฝุ่นเลยค่ะ ส่วนตัวที่บ้านมีฝาอบลมร้อนใช้มาประมาณ 10 ปี ซึ่งเป็นระบบทำความร้อนด้วยขดลวด ทุกวันนี้ยังสามารถใช้ได้ดีอยู่ ไม่เคยงอแงไม่เคยมีปัญหา ส่วนแบบฮาโลเจน ถ้าเวลาทำอาหารที่มีไขมันกระเด็นมากๆ เช่นพวกหมูกรอบ พอคราบไขมันมาเกาะที่หลอดมาก ๆ ก็จะทำให้ตัวหลอดฮาโลเจนอายุสั้นลง จึงเสียได้ง่ายกว่า แต่ถ้าสำหรับคนที่ไม่ค่อยได้ทำอาหารแบบไขมันเยอะสักเท่าไหร่ เชื่อว่าความทนทานคงไม่ต่างกันมากนัก

2. ร้อนเร็ว

ฝาอบลมร้อนแบบฮาโลเจน จะมีจุดเด่นตรงที่ว่า ให้ความร้อนได้เร็วกว่าแบบขดลวด ซึ่งก็จะทำให้ประหยัดไฟและทำอาหารเสร็จเร็วกว่าด้วย

3. ความสว่างขณะทำอาหาร

ในกรณีที่เราซื้อฝาอบลมร้อนไปให้ผู้สูงอายุเป็นคนใช้งาน บางทีด้วยความที่อายุเยอะแล้ว ก็อาจจะทำให้หลงๆลืมๆไปบ้าง ว่าได้ปรุงอาหารค้างไว้อยู่ ฝาอบลมร้อนแบบฮาโลเจน ไฟจะสว่างมาก ในเวลาที่ปรุงอาหาร ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลเลยว่า จะเผลอทิ้งไก่ไว้ในโถ จนกลายเป็นไก่ไหม้ทานไม่ได้ ซึ่งตรงนี้ก็จะเป็นจุดเด่นอย่างหนึ่งของหม้ออบลมร้อนแบบหลอดฮาโลเจน

จะเลือกแบบโถแก้วหรือแบบโต๊ะสแตนเลสดี ?

ข้อดีของโถแก้ว

โถแก้วจะมีข้อดีในเรื่องของการดูแลรักษาที่ไม่ต้องพิถีพิถันหรือว่าต้องคิดอะไรเลย และอีกแง่คือ การใช้โถแก้ว เวลาที่เราประกอบอาหารนั้น เราสามารถมองเห็นอาหารได้จากทั่วทุกมุมมองไม่ว่าจะ ด้านข้าง ด้านบน ว่าสุกได้ถึงในระดับที่ต้องการหรือยัง ส่วนแบบโถสแตนเลส เราจะสามารถมองเห็นอาหารได้แค่จากมุมบนเท่านั้น โถแก้วจึงจะเหมาะสำหรับ ผู้ใช้งานใหม่ๆ ที่ยังไม่ค่อยชินกับการใช้หม้ออบลมร้อนสักเท่าไหร่นัก

ข้อดีของโถสแตนเลส

ถ้าไม่นับเรื่องการมองเห็นอาหาร จากทั่วทุกมุมมองแล้ว โถสแตนเลส มีข้อดีเยอะกว่าโถแก้วมากมายนัก ทั้งในเรื่องการล้าง ด้วยความที่มีน้ำหนักเบา จึงทำให้สามารถยกมาล้างได้ง่าย ไม่ต้องกลัวตกแตก จะคว่ำจะวางตรงไหนก็สะดวก และข้อดีอีกอย่างก็คือในเรื่องความร้อน ที่โถแบบสแตนเลส  เก็บความร้อนได้ดีกว่า อาหารสุกไวกว่า ทำออกมาแล้วดูน่ารับประทาน


หม้ออบลมร้อนยี่ห้อไหน น่าสนใจ ใช้ดี อึดถึกทนบ้าง

หลังจากที่เกริ่นกันมาเนิ่นนาน ไปดูกันดีกว่าว่า วันนี้เราจะคัดเลือกฝาอบลมร้อน ยี่ห้อไหนมานำเสนอให้ท่านผู้อ่านกันบ้าง ต้องบอกว่า ปี 2018 นี้ เว็บช้อปปิ้งออนไลน์แข่งกันเยอะมากมาย ทำให้ราคาหม้ออบลมร้อน ช่วงที่เค้าจัดโปรโมชั่นกัน ถูกกว่าเราไปซื้อเองตามห้างเยอะมาก ๆ เวลาจะซื้อก็อย่าลืมดูพวกโปรและส่วนลดกันด้วยนะจ้า


#1. Otto รุ่น CO-703A

otto-12-litr

สำหรับหม้ออบลมร้อนตัวแรกที่อยากจะนำเสนอ ก็คือหม้ออบลมร้อนของ Otto ผู้นี้นี่เอง..  เพราะว่าเป็นเตาอบลมร้อนที่มีราคาถูก ตัวแบรนด์ Otto เอง ก็เป็นบริษัทที่ผลิตหม้ออบลมร้อนมาเป็นระยะเวลานานมากๆแล้วด้วย ส่วนตัวแล้วเคยซื้อหม้ออบลมร้อนมาใช้งานอยู่หลายยี่ห้อ (เสียบ้าง ซื้อให้คุณพ่อคุณแม่ใช้บ้าง) ยี่ห้อ Otto ก็ถือว่าเชื่อใจได้ในระดับหนึ่งเลย ซึ่งก็ต้องบอกว่าไม่ใช่ว่าไม่มี defect  เลยนะคะ มีบางตัวที่มีปัญหาบ้างเหมือนกัน บางตัวใช้ได้แค่ 2-3 ปี ตัวนับเวลาถอยหลังก็เสียซะแล้ว แต่ตัวที่ใช้ได้ยาว ก็ใช้มาเป็น 10 ปี โดยไม่มีปัญหาอะไรเลย

Otto รุ่น CO-703A ตัวนี้จะเป็นหม้ออบลมร้อนความจุ 12 ลิตร ให้ความร้อนโดยใช้ระบบขดลวด กำลังไฟ 1300 วัตต์ ตัวโถใส่อาหารเป็นโถแก้วใส มีฐานรองพลาสติกกันร้อน  อุณหภูมิสูงสุดที่ปรับได้คือ 250 องศาเซลเซียส มีฟังชั่นการล้างหม้ออัตโนมัติ (ช่วยได้พอสมควร) สามารถตั้งเวลาทำอาหารได้สูงสุด 60 นาที เมื่อถึงกำหนดเวลา เสียงติ๊งก็จะดังขึ้น เราก็จัดแจงไปนำอาหารออกมารับประทานได้เลย

ซึ่งต้องบอกว่ารุ่นนี้เป็นรุ่นยอดนิยมที่คนนิยมซื้อกันมากที่สุด สามารถใช้ประกอบอาหารได้หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นการอบ การปิ้ง การย่าง หรือแม้แต่การอุ่นอาหารทอด เช่นเวลาเราซื้อไก่ KFC มากิน แล้วกินไม่หมดเหลือไว้ในตู้เย็น พอเช้ามาเราก็แค่โยนเข้าฝาอบลมร้อน คุณก็จะได้กินไก่กรอบเหมือนเดิม รสชาติอาจจะด้อยลงนิดหน่อย แต่ผิวสัมผัสกรอบ กินอร่อยเหมือนเดิม

 

#2. OTTO รุ่น CO-702A (7 ลิตร)

otto-7-litr

สำหรับหม้ออบลมร้อนตัวที่ 2 ที่จะนำมาแนะนำกันในวันนี้ เหมาะสำหรับท่านที่งบน้อย หรือต้องการใช้งานเล็กๆน้อยๆ เช่นการอุ่นของทอด หรือการอบอาหารในจำนวนไม่มาก ซึ่งหม้ออบลมร้อนของ Otto ตัวนี้จะมีความจุเพียงแค่ 7 ลิตร มีกำลังไฟ 1300 วัตต์ ปรับอุณหภูมิสูงสุดได้สูงถึง 250 องศาเซลเซียส สามารถตั้งเวลาทำอาหารได้สูงสุด 60 นาที ทำงานด้วยระบบขดลวดฮีตเตอร์ มีระบบเซฟตี้ที่หูจับ โดยตัวเครื่องจะหยุดทำงานอัตโนมัติเมื่อมีการยกหูจับขึ้น โดยฟังก์ชันการทำงานทุกอย่างเหมือนกับรุ่นด้านบนไม่มีผิด  แตกต่างกันที่ขนาดของโถแก้วและตัวฝาเท่านั้น

จุดเด่นของหม้ออบลมร้อน OTTO รุ่น CO-702A  คงเป็นในเรื่องของราคา เพราะว่ามีราคาค่าตัวแค่เพียงประมาณ 600 กว่าบาทเท่านั้น โดยเฉพาะเวลาจัดโปรโมชั่นแล้ว เคยเห็นในลาซาด้าขายไม่ถึง 600 บาทด้วย ซึ่งก็เหมาะสำหรับคนที่ต้องการใช้งานในปริมาณไม่มาก แต่ยังสามารถทำอาหารอบปิ้งย่าง ได้ทุกประเภทเหมือนกับรุ่นที่ราคาแพง

 

#3. Imarflex รุ่น IB-702 ขนาด 12 ลิตร

imarflex-หม้ออบลมร้อน

หม้ออบลมร้อนตัวที่สาม ที่จะมาแนะนำกันในวันนี้ เป็นของยี่ห้อ imarflex  ซึ่งก็เป็นแบรนด์ที่เป็นคู่แข่งกับ Otto มาโดยตลอด หม้ออบลมร้อนของ imarflex จะมีราคาสูงกว่าอยู่นิดหน่อย โดยคุณภาพเท่าที่ใช้งานทั้ง 2 ยี่ห้อมาแล้วก็ต้องบอกว่าไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่นัก จะซื้อยี่ห้อไหนก็ใช้งานได้ดีทั้งคู่ค่ะ

Imarflex รุ่น IB-702 มาพร้อมกับโถแก้ว ความจุ 12 ลิตร กำลังไฟ 1300 วัตต์ สามารถปรับความร้อนได้สูงสุดถึง 250 องศาเซลเซียส และสามารถตั้งเวลาทำอาหารได้ 1 ชั่วโมง ดูสเปคแล้วก็เหมือนกันกับหม้ออบลมร้อนของทาง Otto ไม่มีผิดกันเลย ในส่วนของระบบความปลอดภัย ตัวเครื่องจะมีการหยุดทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อมีการยกหูหิ้วขึ้น ซึ่งก็ถือว่าเป็นระบบที่ฝาอบลมร้อนทุกยี่ห้อจะต้องมีเป็นปกติ

โดยรวมแล้วก็เป็นหม้ออบลมร้อนที่น่าใช้งานอีกหนึ่งยี่ห้อ ความคงทนก็อยู่ในระดับที่ดีไม่ค่อยมีปัญหา ถ้าใครที่ชื่นชอบแบรนด์ imarflex เป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว เคยใช้เครื่องครัวอื่นๆของทางอิมาเฟกแล้วรู้สึกว่าประทับใจไม่ค่อยมีปัญหาเหมือนกัน ก็จัดได้เลยจ้า

 

#4. House Worth รุ่น HW-CO15 (ฮาโลเจน)

hw-หม้ออบลมร้อน

มาดูในส่วนของหม้ออบลมร้อนแบบฮาโลเจนกันบ้าง ยี่ห้อที่แนะนำก็จะเป็นของ House worth ราคาจะอยู่แถวๆ 2,000-2300 บาท (ช่วงมีโปรเคยเห็นอยู่ที่ 1,800 บาท) ซึ่งอย่างที่เกิดขึ้นไว้ตามข้างต้นแล้วว่า หม้ออบลมร้อนที่ใช้ระบบฮาโลเจน จะให้ความร้อนได้ค่อนข้างเร็วกว่าแบบขดลวดอยู่พอสมควร แต่ก็ต้องระวังในเรื่องการประกอบอาหารที่มีไขมันกระเด็นเยอะๆ อย่างพวกหมูกรอบ เพราะว่าถ้าไขมันไปเกาะหลอดฮาโลเจนมากๆเข้า ก็จะทำให้หลอดอายุสั้นลงและเสียได้เร็วขึ้น

House Worth รุ่น HW-CO15 ตัวนี้มีความจุ 12 ลิตรมีกำลังไฟ 1200 วัตต์ ตัวโถเป็นโถแก้ว ฝาครอบเป็นสแตนเลส น้ำหนักเบาและทำความสะอาดได้ง่าย สามารถปรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 60 ถึง 250 องศาเซลเซียส  สามารถตั้งเวลาการอบอาหารได้สูงสุดถึง 60 นาที ทำให้คุณสามารถทำเมนูอาหารได้อย่างหลากหลายไม่ว่าจะเป็น อบ, ปิ้ง, ย่าง, บาร์บีคิว, นึ่ง แต่ยังปลอดภัยต่อสุขภาพเพราะไม่ต้องใช้น้ำมัน หรือควันไฟ ในการทำอาหารเลยก็ได้อาหารที่อร่อย เหมือนกับไปกินที่ร้านแล้ว ในส่วนของระบบความปลอดภัยก็มีปุ่ม Micro Switch เพื่อเปิดปิดการใช้งาน

โดยรวมแล้ว หม้ออบลมร้อนยี่ห้อ House Worth ตัวนี้ ก็ถือว่าเป็นหม้ออบลมร้อนที่น่าสนใจอีกหนึ่งเครื่อง ซึ่งถ้าใครเคยอบขนมมาบ้าง ก็คงรู้จักกับยี่ห้อ House Worth เป็นอย่างดี ว่าสินค้าค่อนข้างมีมาตรฐานที่ดี การรับประกันอยู่ในระดับที่ใช้ได้ อย่างสำหรับหม้ออบลมร้อนตัวนี้ก็จะมีการรับประกันจากทาง House Worth ถึง 1 ปีเต็ม ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้งานอุ่นใจมากขึ้นด้วย

 

#5. Otto โถสเตนเลส ขนาด 12 ลิตร

otto-สแตนเลสหม้ออบ

ถ้าจะพูดถึงหม้ออบลมร้อนแบบโถสแตนเลส ที่น่าใช้งาน แล้วไม่พูดถึง Otto ก็คงจะไม่ได้เลยค่ะ เพราะเป็นหม้ออบลมร้อนที่ใช้โถสแตนเลสราคาถูกที่สุด แถมยังใช้งานได้ดี มีรีวิวเพียบ ซื้อไปใช้แล้วก็ไม่ผิดหวัง

หม้ออบลมร้อนOttoโถสเตนเลส  ตัวนี้มีความจุขนาด 12 ลิตร กำลังไฟ 1300 วัตต์ เป็นหม้ออบลมร้อนที่ใช้ระบบขดลวดในการให้ความร้อน มีความทนทานสูง สามารถตั้งเวลาในการประกอบอาหารได้ถึง 60 นาที ปรับอุณหภูมิความร้อนได้ตั้งแต่ 60 องศาถึง 250 องศาเซลเซียส มีระบบความปลอดภัยเมื่อยกหูขึ้น ตัวเครื่องก็จะหยุดทำงานโดยอัตโนมัติ การใช้โถสแตนเลส จะทำให้การใช้งานฝาอบลมร้อนของคุณสะดวกมากยิ่งขึ้น ให้ความร้อนเร็ว ประกอบอาหารได้หลากหลายประเภท ทั้งอบ ย่าง และอุ่น รวมถึงยังสามารถละลายอาหารแช่แข็งได้อย่างรวดเร็ว

อันนี้ต้องขอแอบนิดนึงเล่าสำหรับ คนที่ไม่เคยใช้งานฝาอบลมร้อนมาก่อน คือเวลาที่เราใช้งานในการอดอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่มันเยอะๆหรือมีการหมัก อย่างเช่นไก่ย่าง คอหมูย่าง หมูกรอบ พรุ่งนี้จะทำให้มีน้ำมันหล่นลงไปด้านล่างของตัวโถ ถ้าเราปรุงเยอะๆน้ำมันก็จะมีความเหนียว ซึ่งถ้าตามหลักแล้ว ควรจะทำความสะอาดโถทุกครั้งหลังใช้งานเสร็จ หรืออย่างช้าที่สุดก็ควรจะซักประมาณไม่เกิน 1 อาทิตย์ 

ถ้าเป็นผู้หญิงตัวคนเดียวไม่ได้แข็งแรงอะไรมากมายนะ การที่จะต้องแบกโถแก้ว มาล้าง หลังจากการใช้งานทุกครั้ง ก็บอกว่าแทบเป็นไปไม่ได้เลย เพราะโถแก้วมีน้ำหนักที่ค่อนข้างมาก แถมตอนล้างถ้าระวังไม่ดีก็จะแตกอีกต่างหาก แต่กลับกันเลย โถแบบสแตนเลส มันมีขนาดเบามากกว่าแบบแก้วมาก มันทำให้การล้างทำความสะอาดดูง่าย โดยเราอาจจะแช่น้ำร้อนทิ้งไว้สักพัก แล้วค่อยนำมาล้าง คราบต่างๆก็จะออกได้ไม่ยากมากนัก โดยภาพรวมแล้ว ถ้าไม่ได้เน้นอยากมองอาหารขณะที่ทำ โถสแตนเลสจะเป็นตัวเลือกที่ดีมากๆเลยค่ะ


 

ก็จบกันไปแล้วนะคะสำหรับ หม้ออบลมร้อน 5 ตัว ที่เราได้นำมาแนะนำกันในวันนี้ เป็นอย่างไรกันบ้างคะไม่ทราบว่า มีตัวไหนถูกใจคุณผู้อ่านกันบ้างไหม จริงๆแล้วในบ้านเรายังมีหม้ออบลมร้อนอีกหลากหลายยี่ห้อ ซึ่งก็อาจจะมีคุณภาพดี ไม่ได้ต่างจากยี่ห้อที่นำมาแนะนำในวันนี้นะ เพียงแต่ว่ายี่ห้อที่คนนิยมใช้ มีรีวิวมาก ประกอบกับผู้เขียนเคยลองใช้ด้วยตัวเองนั้น รู้สึกว่า 3 ยี่ห้อข้างต้นนี้ เป็นหม้ออบลมร้อนที่ใช้ดี และมีความทนทานจริงๆ และเวลาที่คุณผู้อ่านไปซื้อตามแล้ว ไม่ผิดหวัง ส่วนถ้าคุณผู้อ่านมียี่ห้ออื่นอื่นที่อยากจะแนะนำให้เรารีวิวเพิ่มเติม ก็สามารถแจ้งกันเข้ามาได้เลยนะคะ สำหรับวันนี้ก็ขอตัวลาไปก่อนแล้วพบกันใหม่ครั้งหน้าจ้า

 

 

 

 

 

error: Content is protected !!